ประชาสัมพันธ์

ข่าวกิจกรรม

กิจกรรม

สสค.สระบุรี ร่วมรณรงค์ส่งเสริมมุมนมแม่ในสถานประกอบการ
วันที่ 31 ตุลาคม 2562 นายวิสุทธิ์ คงสุจริต สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสระบุรี มอบหมายนายวิชาญ ...
สสค.สระบุรี จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต
วันที่ 29 ตุลาคม 2562 เวลา 08.30 น. นายวิสุทธิ์ คงสุจริต สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสระบุรีพร้...
สสค.สระบุรี เข้าร่วมพิธีทำบุญโรงงานและพิธีบวงสรวงประจำปี 2562
วันที่ 30​ ตุลาคม 2562​ เวลา 10.00 น. นายวิสุทธิ์ คงสุจริต สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสระบุรี ...
สสค.สระบุรี ร่วมประชุมหัวหน้าหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดสระบุรี
วันที่ 28 ตุลาคม 2562 นายวิสุทธิ์ คงสุจริต สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสระบุรี เข้าร่วมการประ...
สสค.สระบุรี เข้าร่วมกิจกรรมวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ
นายวิสุทธิ์ คงสุจริต สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสระบุรี มอบหมายให้นางชุติกาญจน์ สิทธิ เจ้าพนัก...
สสค.สระบุรี เข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในแบบชุมชนนักปฏิบัติ
วันที่ 29 ตุลาคม 2562 เวลา 09.00 น. นายวิสุทธิ์ คงสุจริต สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสระบุรีมอบ...
สสค.สระบุรีร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และถวายพระพรชัยมงคล
วันที่ 28 ตุลาคม 2562​ เวลา 14.00 น. นายวิสุทธิ์ คงสุจริต สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสระบุรี ไ...
สสค.สระบุรี เข้าร่วมพิธีจุดเทียนน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ รัชกาลที่ 5
      วันที่ 23 ตุลาคม 2562​ เวลา 18.30 น. นายวิสุทธิ์ คงสุจริต สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสระ...
สสค.สระบุรี ร่วมกิจกรรมจิตอาสาปรับภูมิทัศน์เส้นทางรถไฟผาเสด็จ
        วันที่ 23 ตุลาคม 2562​ เวลา 10.00 น. นายวิสุทธิ์ คงสุจริต สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดส...
สสค.สระบุรี เข้าร่วมพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
               วันที่ 23 ตุลาคม 2562​ เวลา 06.30 น. นายวิสุทธิ์ คงสุจริต สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจ...
สสค.สระบุรี ร่วมกับหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน เยี่ยมผู้ป่วยประกันสังคม
          วันที่ 22 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น.นายวิสุทธิ์ คงสุจริต สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดส...

ข่าว/ประกาศ/ระเบียบ

ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง

เปิดสถิติ 6ปี อันตราย!! จากการทำงาน

Post by Saraburi
on 15 พฤษภาคม 2561
ฮิต: 300

เปิดสถิติ 6ปี อันตราย!! จากการทำงาน

กสร. เผยสถิติการประสบอันตรายจากการทำงานของลูกจ้างกรณีร้ายแรง 6 ปี ลดลงต่อเนื่อง พร้อมชู 4 มาตรการ ลดการประสบอันตรายจากการทำงานอย่างยั่งยืน

         นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่าสถานการณ์ สถิติการประสบอันตราย จากการทำงานของลูกจ้างกรณีเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง

             เช่น เสียชีวิต ทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะบางส่วน และหยุดงานเกินสามวันในช่วงเวลา 6 ปีที่ผ่านมามีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2555 มีอัตราการประสบอันตราย เท่ากับ 4.49 ต่อ 1,000 ราย ปี 2556 เท่ากับ 4.00 ต่อ 1,000 ราย ปี 2557 เท่ากับ 3.62 ต่อ 1,000 ราย ปี 2558 เท่ากับ 3.26 ต่อ 1,000 ราย

        ส่วนปี 2559 เท่ากับ 3.04 ต่อ 1,000 ราย และในปี 2560 เท่ากับ 2.88 ต่อ 1,000 ราย อย่างไรก็ตามการประสบอันตรายจากการทำงานของลูกจ้างนับเป็นความสูญเสียสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตัวลูกจ้าง ครอบครัว สังคม เศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ของประเทศ จึงต้องดำเนินการอย่างจริงจังโดยความร่วมมือของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในการลดการประสบอันตรายจากการทำงานให้เป็นไปอย่างยั่งยืน

        “สำหรับแนวทางในการลดการประสบอันตรายจากการทำงานนั้น กสร.ได้กำหนดมาตรการสำคัญไว้ 4 มาตรการ คือ 1. สร้างความรู้ ความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยในการทำงานแก่นายจ้าง ลูกจ้าง 2.รณรงค์สร้างจิตสำนึกแก่นายจ้างและลูกจ้าง ให้ตระหนักถึงอันตรายจากการทำงานและร่วมมือกันในการป้องกันและแก้ไข

          3. มาตรการในการบังคับใช้กฎหมาย โดยกระตุ้นเตือนให้นายจ้าง ลูกจ้างปฏิบัติตามกฎหมาย รวมทั้งตรวจสอบให้สถานประกอบกิจการมีการดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด และ 4.สร้างเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อช่วยกระจายความรู้ความเข้าใจ และช่วยในการเฝ้าระวังไม่ให้เกิดอันตรายจากการทำงาน” อธิบดีกสร. กล่าว

เล็งปลดล็อค! เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ระดับวิชาชีพ หลังขาดแคลน

Post by Saraburi
on 15 พฤษภาคม 2561
ฮิต: 259

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยถึงปัญหาการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน หรือจป. ในระดับวิชาชีพ ว่า พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ได้กำหนดไว้ว่าผู้ที่จะทำหน้าที่เป็น จป. ระดับวิชาชีพจะต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาอาชีวอนามัย หรือเทียบเท่า ซึ่งปัจจุบันสถาบันการศึกษาสามารถผลิตบัณฑิตในสาขานี้ ไม่ต่ำกว่า 3,000 คนต่อปี แต่สาเหตุที่ยังประสบปัญหาการขาดแคลนเจ้าหน้าที่เนื่องจากบัณฑิตบางส่วนไม่ได้สนใจ จะประกอบวิชาชีพจป. ขณะที่บางคนไม่อยากไปทำงานไกลบ้าน ซึ่งมักพบปัญหาเหล่านี้กับสถานประกอบกิจการที่อยู่ในจังหวัดไกลๆ และไม่ได้อยู่ในแหล่งอุตสาหกรรม ทั้งนี้ กฎหมายปัจจุบันได้มีข้อกำหนดให้คนที่เป็นจป.เทคนิคขั้นสูงมาแล้ว 5 ปี และสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี โดยจะต้องผ่านการอบรมและทดสอบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดจึงสามารถเป็นจป.วิชาชีพได้ ซึ่งผู้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ดังกล่าวสามารถอบรมได้กับหน่วยฝึกอบรมที่ได้รับอนุญาตจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

อธิบดีกสร. กล่าวต่อไป กสร.ยังได้ประสานความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาเพื่อให้ผลิตบัณฑิตสาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากบุคลากรในสาขานี้เป็น ที่ต้องการของตลาดแรงงานและได้รับค่าตอบแทนในอัตราสูง รวมไปถึงให้พิจารณาคุณวุฒิอื่น ๆ ที่ใกล้เคียงกัน ที่สามารถจะมาทำหน้าที่จป.วิชาชีพได้ หากพบว่ามีคุณสมบัติใกล้เคียงกสร.ก็จะกลับมาทบทวนกฎหมายเพื่อปลดล็อคข้อกำหนดของกฎหมายที่กำหนดไว้เฉพาะสาขา ทั้งนี้ การมีจป.วิชาชีพจะมีประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนทั้งนายจ้าง ลูกจ้าง และภาครัฐที่จะมีผู้มีความรู้มาช่วยเหลือในเรื่องความปลอดภัยให้ทุกคนในสถานประกอบกิจการได้มีความปลอดภัยในการทำงาน ว่า พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ได้กำหนดไว้ว่าผู้ที่จะทำหน้าที่เป็น จป. ระดับวิชาชีพจะต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาอาชีวอนามัย หรือเทียบเท่า ซึ่งปัจจุบันสถาบันการศึกษาสามารถผลิตบัณฑิตในสาขานี้ ไม่ต่ำกว่า 3,000 คนต่อปี แต่สาเหตุที่ยังประสบปัญหาการขาดแคลนเจ้าหน้าที่เนื่องจากบัณฑิตบางส่วนไม่ได้สนใจ จะประกอบวิชาชีพจป. ขณะที่บางคนไม่อยากไปทำงานไกลบ้าน ซึ่งมักพบปัญหาเหล่านี้กับสถานประกอบกิจการที่อยู่ในจังหวัดไกลๆ และไม่ได้อยู่ในแหล่งอุตสาหกรรม ทั้งนี้ กฎหมายปัจจุบันได้มีข้อกำหนดให้คนที่เป็นจป.เทคนิคขั้นสูงมาแล้ว 5 ปี และสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี โดยจะต้องผ่านการอบรมและทดสอบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดจึงสามารถเป็นจป.วิชาชีพได้ ซึ่งผู้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ดังกล่าวสามารถอบรมได้กับหน่วยฝึกอบรมที่ได้รับอนุญาตจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

อธิบดีกสร. กล่าวต่อไป กสร.ยังได้ประสานความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาเพื่อให้ผลิตบัณฑิตสาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากบุคลากรในสาขานี้เป็น     ที่ต้องการของตลาดแรงงานและได้รับค่าตอบแทนในอัตราสูง รวมไปถึงให้พิจารณาคุณวุฒิอื่น ๆ ที่ใกล้เคียงกัน ที่สามารถจะมาทำหน้าที่จป.วิชาชีพได้ หากพบว่ามีคุณสมบัติใกล้เคียงกสร.ก็จะกลับมาทบทวนกฎหมายเพื่อปลดล็อคข้อกำหนดของกฎหมายที่กำหนดไว้เฉพาะสาขา ทั้งนี้ การมีจป.วิชาชีพจะมีประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนทั้งนายจ้าง ลูกจ้าง และภาครัฐที่จะมีผู้มีความรู้มาช่วยเหลือในเรื่องความปลอดภัยให้ทุกคนในสถานประกอบกิจการได้มีความปลอดภัยในการทำงาน

ตลาดแรงงานจป.วิชาชีพ บูม!!!

Post by Saraburi
on 15 พฤษภาคม 2561
ฮิต: 552

กสร.เร่งเพิ่มจป.วิชาชีพ เปิดโอกาส จป.เทคนิคขั้นสูงปรับสถานะได้ เล็งปลดล็อคจบสาขาอื่นก็เป็นจป.ได้ เผยเรียนอาชีวอนามัยรายได้ดีมีงานรองรับ

 

       นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยถึงปัญหาการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน หรือจป. ในระดับวิชาชีพว่า  

 

พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ได้กำหนดไว้ว่าผู้ที่จะทำหน้าที่เป็น จป. ระดับวิชาชีพจะต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาอาชีวอนามัย หรือเทียบเท่า 

        "ซึ่งปัจจุบันสถาบันการศึกษาสามารถผลิตบัณฑิตในสาขานี้ ไม่ต่ำกว่า 3,000 คนต่อปี แต่สาเหตุที่ยังประสบปัญหาการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ เนื่องจากบัณฑิตบางส่วนไม่ได้สนใจ จะประกอบวิชาชีพจป. ขณะที่บางคนไม่อยากไปทำงานไกลบ้าน ซึ่งมักพบปัญหาเหล่านี้กับสถานประกอบกิจการที่อยู่ในจังหวัดไกลๆ และไม่ได้อยู่ในแหล่งอุตสาหกรรม"อธิบดีกสร. ระบุ 

 
 

        อธิบดีกสร. กล่าวอีว่า  ทั้งนี้ กฎหมายปัจจุบันได้มีข้อกำหนดให้คนที่เป็นจป.เทคนิคขั้นสูงมาแล้ว 5 ปี และสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี โดยจะต้องผ่านการอบรมและทดสอบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดจึงสามารถเป็นจป.วิชาชีพได้ ซึ่งผู้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ดังกล่าวสามารถอบรมได้กับหน่วยฝึกอบรมที่ได้รับอนุญาตจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

อธิบดีกสร.กล่าวต่อไป กสร.ยังได้ประสานความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาเพื่อให้ผลิตบัณฑิตสาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากบุคลากรในสาขานี้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานและได้รับค่าตอบแทนในอัตราสูง 

 

        "รวมไปถึงให้พิจารณาคุณวุฒิอื่น ๆ ที่ใกล้เคียงกัน ที่สามารถจะมาทำหน้าที่จป.วิชาชีพได้ หากพบว่ามีคุณสมบัติใกล้เคียงกสร.ก็จะกลับมาทบทวนกฎหมายเพื่อปลดล็อคข้อกำหนดของกฎหมายที่กำหนดไว้เฉพาะสาขา"อธิบดีกสร. ระบุ

       อธิบดีกสร. กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ การมีจป.วิชาชีพจะมีประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนทั้งนายจ้าง ลูกจ้าง และภาครัฐที่จะมีผู้มีความรู้มาช่วยเหลือในเรื่องความปลอดภัยให้ทุกคนในสถานประกอบกิจการได้มีความปลอดภัยในการทำงาน

กสร. เตือนรับงานผ่านเน็ตระวังโดนหลอก แนะขอเอกสารหลักฐานทุกครั้ง

Post by Saraburi
on 09 พฤษภาคม 2561
ฮิต: 182
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เตือนผู้รับงานไปทำที่บ้านผ่านช่องทางออนไลน์ระวังตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ แนะอย่าหลงเชื่อโอนเงินมัดจำ ขอเอกสารการรับงานทุกครั้งป้องกันการหลอกลวง พร้อมย้ำผู้ว่าจ้างให้ปฏิบัติตามกฎหมายฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำทั้งปรับ
 
นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่สื่อนำเสนอข่าวว่าปัจจุบันมีมิจฉาชีพหลอกลวงผู้รับงานไปทำที่บ้านในลักษณะของการโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียหรือช่องทางออนไลน์ว่ามีอาชีพเสริมออนไลน์ให้รับไปทำที่บ้าน เช่น งานคัดแยกลูกปัด งานแพ็คหนังยาง กิ๊บ กระดุม เป็นต้น แต่เมื่อทำงานเสร็จกลับไม่ได้รับค่าตอบแทน บางรายให้ผู้รับงานโอนเงินไปให้ก่อนเพื่อเป็นหลักประกันเมื่อได้รับเงินแล้วก็หนีหายไป ขณะที่ผู้เสียหายไม่สามารถดำเนินการตามกฎหมายกับมิจฉาชีพเหล่านี้ได้ เพราะไม่ทราบว่าผู้ว่าจ้างเป็นใครเนื่องจากไม่มีหลักฐานการว่าจ้าง กสร.จึงขอฝากเตือนไปยังผู้ที่ต้องการหารายได้โดยการรับงาน ไปทำที่บ้านให้ระมัดระวังการหลอกลวงในรูปแบบนี้ ทั้งนี้ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ. 2553 ได้กำหนดหลักเกณฑ์เพื่อคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้านไว้เป็นการเฉพาะ เช่น กำหนดให้ผู้จ้างงานจัดทำเอกสารเกี่ยวกับการรับงานไปทำที่บ้านมอบให้แก่ผู้รับงานซึ่งจะต้องมีชื่อที่อยู่ทั้งของผู้ว่าจ้างและผู้รับงาน กำหนดอัตราค่าตอบแทน ห้ามผู้ว่าจ้างเรียกรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายจากผู้รับงาน รวมไปถึงห้ามจ้างผู้รับงานทำงานอันตราย เป็นต้น
 
อธิบดีกสร. กล่าวต่อไปว่า กสร. จึงขอให้ทั้งสองฝ่ายปฎิบัติตามที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้รับงานจะต้องตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนรับงาน โดยให้ขอเอกสารเกี่ยวกับการรับงานจากผู้ว่าจ้างทุกครั้งเพื่อเป็นหลักฐานและเป็นประโยชน์ในการใช้สิทธิตามกฎหมาย และอย่าหลงเชื่อโอนเงินเป็นค่ามัดจำโดยเด็ดขาด สำหรับอัตราโทษของผู้จ้างงานฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย คือ ปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นถึงสองแสนบาท หรือจำคุกตั้งแต่หนึ่งเดือนถึงหนึ่งปี หากมีข้อสงสัยหรือต้องการขอคำปรึกษาติดต่อได้ที่ กองคุ้มครองแรงงานนอกระบบ 0 2245 7170 หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ทั้ง 10 พื้นที่ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือที่โทรศัพท์สายด่วน 1506

 

หมวดหมู่รอง